วิธีการนับคะแนนโบว์ลิ่งที่ถูกต้อง

วิธีการนับคะแนนโบว์ลิ่งที่ถูกต้อง

หากคุณเป็นคนที่ไม่เคยเล่นกีฬาโบลลิ่งมาก่อน คงจะต้องเกาหัวงงกันแน่ ๆ ในตอนนับคะแนน ทำไมมันไม่ง่ายเหมือนวิธีเล่น แค่โยนลูกชนพินให้ล้ม ในการนับแต้มชนะ จะต้องใช้หัวสมองคิดกันเสียหน่อย รวมถึงต้องรู้เงื่อนไขการเล่น การนับแต้ม จึงจะนับได้ถูกต้องตามหลักความเป็นจริง เหนือก่อนอื่นใด เราจะต้องทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์ที่ควรรู้ในกีฬาโบว์ลิ่งกันเสียก่อน เพื่อจะได้สื่อสารกันได้เข้าใจ และเรียนรู้ได้เร็วขึ้น โดยคำศัพท์ที่ควรรู้มีอยู่ไม่มากนัก เพราะการเล่นโบว์ลิ่งเป็นอะไรที่เรียบง่ายอย่างมาก

เริ่มกันที่คำพื้นฐานสำหรับพื้นที่การเล่น ได้แก่ Alley เป็นคำที่ใช้เรียกพื้นที่ หรือเลนในการโยนลูกโบวลิ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย Approach (พื้นที่สำหรับยืนเตรียมโยนลูก) และ Arrows (เป็นจุดที่เราจะเลือกโยนลูกมีลักษณะเป็นหัวธนู หรือสามเหลี่ยม) ต่อมาคือคำเรียกเฉพาะในแต่ละกรณีที่โยนลูกได้แตกต่างกันอย่าง Cherry คือการล้มพินได้เฉพาะด้านหน้า และในกรณีที่พินเหลือเราจะเรียกกันว่า Split และสุดท้ายคือคำว่า Count หมายถึงจำนวนพินแต่ละเฟรมที่เราทำล้มได้ และนำไปบวกเพิ่มในเฟรมปัจจุบัน

Score-Bowling

เอาล่ะ เรารู้คำที่ควรรู้เบื้องต้นกันแล้ว ต่อมาจะเป็นการทำความเข้าใจระบบการนับคะแนนกัน ในแต่ละเกมจะประกอบไปด้วย 10 เฟรม โดยเราจะได้รับโอกาสในการโยน 2 ครั้ง แต่ 1 เฟรม หรือเท่ากับการโยนทั้งหมด 20 ครั้ง ยกเว้นในกรณีที่เราสามารถโยนพินได้ล้มทั้งหมดจะเรียกว่า Strike (โดยใช้เครื่องหมาย X บนกระดานคะแนน) จะถือว่าได้คะแนนเต็มและไม่ต้องโยนรอบที่สอง แต่สมมุติว่าเราโยนรอบแรกล้มไม่หมด แต่ล้มหมดในรอบที่สอง แบบนี้เราจะไม่เรียกว่า Strike แต่จะเรียกเป็น Spare (ใช้เครื่องหมาย /) แทน หากว่าโยนล้มไม่ครบสิบซักรอบจะเท่ากับ Open frame (เป็นจำนวนพินที่ล้ม หรือถ้าไม่ล้มเลยจะใช้เครื่องหมาย – )

ขอยกตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย ๆ ด้วย 3 เฟรม โดยในเฟรมที่ 1 เราทำ Strike ได้ เท่ากับเราได้คะแนนมาแล้ว 10 แต้ม และสำหรับโบนัสที่เราจะได้คือการแต้มที่ได้จากการโยนสองครั้งถัดไปมาบวกกัน โดยในเฟรมที่ 2 เราเก็บได้ 8 พิน และเก็บ Spare ได้ในรอบสุดท้ายอีก 2 พิน เท่ากับ 10 แต้ม รวมกับเฟรมแรกจะได้เท่ากับ 20 แต้ม ต่อมาจะเป็นการคำนวณคะแนนในเฟรมที่ 2 ที่เราทำ Spare ไว้ได้ ซึ่งเท่ากับ 10 แต้ม และในเฟรมที่ 3 เราโยนรอบแรกได้ 6 พิน + กับ 10 แต้ม และ 20 แต้มจากเฟรม 1 – 2 ทำให้ในเฟรมที่ 2 รวมกันได้ 36 แต้ม เป็นต้น ในเฟรมสุดท้ายหากเราทำ Spare หรือ Strike ได้เราจะโยนลูกอีกรอบ เห็นไหมครับว่าไม่ยากเลย ถ้าทำความเข้าใจซักนิดก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่นี้เราก็จะได้นับคะแนนกันเป็นไม่ต้องมาปวดหัวอีกต่อไป

Comments are closed.